Old vs. New

Stop Stealing From Sheep & Find Out How Type Works
By Erik Spiekermann // E.M Ginger

 

More or Less

This article contents individual opinion

A couple weeks ago, I’ve just heard about serious case in the logo competition of World Expo 2020 that will be set up in Ayuttaya province, Thailand. The whole story was, a guy who was actually the winner of this competition, was cheated by imitated logo from Brazilian telecom company, the problem is the fact was found after the judged, it seems like “slap on the face” for people who were related about this. This story have been talk of the town in social network for a while, some people exposed his biography and portfolios and other imitated design scene in Thailand, especially logos.

For myself I don’t care much about who was right or wrong in this story but the things that always bothered me is that why most of the logos in Thailand competition or even well done logo for corporate and government was so much detail and meaning. Furthermore I think about how “Taste” of those designer or even the judgement for all of those logos.

In Thai, “Taste” is the word that could have 2 different contexts, first, we actually use it to identify the object and divide it into different level of aesthetic or even mood, however in other case, sometime, we use it to be sarcastic to someone. For those Thai design that I’ve mentioned, the colors of the flag, blue, red, white, curved line, traditional Thai pattern or even the elephant!! was add together in one logo to set up a story or fiction with a fear of using less design. However I’m not saying the logos or design that got many details are right or wrong, actually it depends on the concept and objective of the project, furthermore more detail could be easy to understand the message of communication but if we look around to the world today or in the future everything seems to be tight and less, for example you can see around when you go shopping or work everyday that so many of success brands and organizations that represent their identity through logos with less and clear message and didn’t pay attention to the fiction, some of them still use only lettering design which is clear and more powerful than other well-known graphic elements.

The word “Put too much effort into design” could not describe the “test” for all of those design on the street, some of you read this article and might contradict that some logos or designs are used to communicate to many target in different condition therefore it should be understand easily and straight to the meaning, however would it be like assume others people taste? As long as designers try to put the same old context or symbol in people memories and the same old things that could not develop their aesthetic or even experience to learn and remember new things from their sense, in fact as designer, less design could give more thinking process and details which make a logos and design more creativities, also the designers could pay more attention to detail and proportion which turn the result to something ingenious and be able to add new challenge or new kind of taste to people’s experiences.

__

มากหรือน้อย
บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล

เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้ทราบข่าวเกี่ยวกับเรื่องวุ่นๆ จากการประกวดตราสัญลักษณ์สำหรับ World Expo 2020 ที่อยุธยา เมื่อบุคคลที่ได้รางวัลชนะเลิศถูกตั้งขอสงสัยว่าลอกงานโลโก้นี้มาจากที่อื่นอีกที ซึ่งในสังคมอินเทอร์เนตเองก็ได้มีการขุคคุ้ย หลักฐาน เรื่องราวต่างๆ ในการประกวดของบุคคลรายนี้และอีกหลายๆ งานมาวิพากษ์วิจารณ์กันตามความเห็นส่วนบุคคล ส่วนตัวแล้วไม่อยากพูดถึงความถูกผิดของเรื่องนี้ แต่เรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือหลังจากดูงานออกแบบจากการประกวดที่ต่างขุดคุ้ยขึ้นมา ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมงานประกวดตราสัญลักษณ์ส่วนมาก โดยเฉพาะของหน่วยงานราชการไทยเรานั้นถึงได้มีรายละเอียดของตราสัญลักษณ์มากมายซะเหลือเกิน พาลคิดต่อไปว่าผู้ออกแบบหรือผู้ที่ยอมรับงานนั้นมี รสนิยม เป็นอย่างไร

รสนิยม อาจเป็นคำที่มีความหมายในแง่ทั้งเสียดสีและบ่งบอกตัวตนของสิ่งนั้นๆ แต่มันก็สามารถแบ่งแยกความต่างของสิ่งที่อยู่ในเรื่องเดียวกันไปได้หลายมิติ ความพยายามดีไซน์ตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานบางแห่งพยายามใส่สิ่งที่เป็นสัญญะของไทย ยกตัวอย่างเช่น ลายอาลักษณ์ ลายประจำยาม  แทบสีธงชาติ เส้นโค้งที่วิ่งไปเป็นลายกระหนก ฯลฯ ซึ่งมันอาจเป็นรสนิยมอีกแบบหนึ่งที่เรียกได้ว่า ครบทั้งเรื่องราว ความงาม และความหมายในการขายงาน สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่กล่าวมาเป็นเรื่องผิดแต่อย่างใด แต่โดยส่วนตัวแล้วรู้สึก “เบื่อ” กับการพยายามใส่ความหมายหรือดีไซน์ที่มากจนเกินไปของงานออกแบบตราสัญลักษณ์ แน่นอนว่ารายละเอียดที่มากมายและชัดเจนย่อมส่งผลดีที่จะสื่อสารให้เข้าใจง่าย แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปหลายสิ่งหลายอย่างก็เปลี่ยนไปด้วย การจะกุมใจของคนไว้ด้วยภาพลักษณ์นั้นก็ควรจะเดินตามโลกไปด้วย ซึ่งหากลองสังเกตรอบๆ ตัวเราจะเห็นว่ามีตราสัญลักษณ์จำนวนมากทีเดียวที่ประสบความสำเร็จโดยไม่แยแสต่อความ “มาก” หรือ “เรื่องราว” ที่จะพยายามเชื่อมต่อวัฒนธรรมขององค์กรกับตรานั้นๆ บางองค์กรเป็นเพียง Lettering เรียบง่ายที่สื่อสารภาพลักษณ์ได้อย่างชัดเจนมากกว่าสัญญะใดๆ เสียอีก

คำว่า “พยายามดีไซน์จนเกินไป” คงไม่สามารถวิจารณ์งานออกแบบหรือบ่งบอกถึงรสนิยมได้ทั้งหมด บางคนอาจบอกว่าตราสัญลักษณ์หลายๆ ตัวใช้สื่อสารกับกลุ่มคนหลากหลายประเภท จึงจำเป็นต้องสื่อสารแบบ ซื่อๆ น้ำคือน้ำ ไฟคือไฟ แต่นั้นก็เป็นเพียงการคิดแทนคนเหล่านั้น ตราบใดที่คนถูกพลักดันให้มองเห็นแต่ภาพที่มีแต่สัญญะ และเรื่องราวที่คล้ายคลึงกันไปซะหมดก็จะถูกฝังภาพรสนิยม ประสบการณ์เดิมๆ ในหัว ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการพยายามลดทอนเรื่องราวอาจทำให้นักออกแบบใช้ความคิดมากขึ้น สนใจรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้งานออกแบบตราสัญลักษณ์มีความแยบยลกว่านี้ อันจะนำไปสู่หนทางช่วยขยายรูปแบบของรสนิยมแบบอื่นๆ อีกก็เป็นได้